Find my device เป็นส่วนหนึ่งของบริการ Google Play Protect ที่ช่วยให้เราตามหาอุปกรณ์ Android ทุกชนิดเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่นทำหาย โดนขโมย หรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้อุปกรณ์ของเราไม่อยู่กับเราอีกต่อไป ใช้งานง่าย อาจจะยืมมือถือเพื่อนใช้ เข้าจากคอมพิวเตอร์ หรือเข้าจาก ipad ก็ได้ทั้งนั้นไม่แบ่งแยก และนอกจากเว็บแล้วก็ยังมีแบบ Application ให้ใช้งานด้วย

ระบุตำแหน่งอุปกรณ์บน Google Maps

ในหน้าแรกของ Find my device จะเห็นตำแหน่งอุปกรณ์ของเราแบบคร่าวๆ บนแผนที่ Google Maps พร้อมสถานะแบตเตอรี่ และอินเตอร์เนตที่เชื่อมต่อ ช่วยให้เรานึกได้ว่าเราไปลืมอุปกรณ์ของเราใว้ที่ไหน เท่าที่ทดสอบค่อนข้างแม่นยำ

https://www.google.com/android/find

Find my device มีความสามารถหลักๆ 3 อย่างคือ

  1. สั่งเล่นเสียงนาน 5 นาที แม้ว่าตัวอุปกรณ์จะตั้งโหมดเงียบใว้ก็ตาม
  2. สั่งล๊อกอุปกรณ์ และส่งข้อความเข้าเครื่อง ให้ผู้พบเห็นโทรกลับเบอร์สำรองได้
  3. ล้างข้อมูลในเครื่อง ใช้เมื่ออุปกรณ์ของเราโดนขโมยและไม่สามารถตามกลับมาได้ เพื่อเป็นการป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหล เราสามารถสั่ง reset factory ได้เลยจากตรงนี้ แต่ก็จะทำให้ไม่สามารถระบุตำแหน่งของอุปกรณ์นั้นได้อีก
หน้าเว็บไซต์ Find my device
หน้าจอโทรศัพท์

สำคัญเหนือสิ่งใดคือบัญชี Gmail

เรามักให้ความสำคัญกับตัวอุปกรณ์ว่ามีค่ามากที่สุด อาจจะจริงถ้าเป็นยุค 80-90 แต่ในยุคที่ข้อมูลคือทุกสิ่งอย่างเช่นปัจจุบันนี้ ตัวอุปกรณ์กลับเป็นแค่ปัจจัยรองเท่านั้น ตัวข้อมูลต่างหากที่เป็นหัวใจ ยกตัวอย่างอุปกรณ์ Android ของ Google เมื่อเปิดเครื่องใช้งานเราต้องผูกเครื่องเข้ากับบัญชี Gmail เลยทันทีเพื่อใช้งานเครื่องๆ นั้นได้อย่างเต็มที่ และข้อมูลการใช้งานทุกอย่างของเรา จะถูกผูกติดใว้กับบัญชีนั้นตลอดไป เช่นระบบ Autofill ที่จำแม้กระทั้งบัตรเครดิต เพื่อเติมข้อมูลให้เราอัตโนมัติเวลาซื้อของออนไลน์ หรือจะเป็นข้อมูลรหัสผ่านของเว็บต่างๆ ที่เราใช้งาน

แค่ตัวอย่างข้างต้น ก็อันตรายพอแล้วถ้าบัญชีที่ใช้มานานข้อมูลเยอะนั้นหลุดออกไป บวกกับการไม่รักษาความปลอดภัยของเราเอง หรือยังมองไม่เห็นว่าความสำคัญของข้อมูล อุปกรณ์หายก็ซื้อใหม่ได้ แต่ข้อมูลหลุดแล้วทำให้หายไปยาก